วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ประเภทของปริ้นเตอร์

ใบงานที่ 5

ประเภทของปริ้นเตอร์เเละหลักการทำงานปริ้นเตอร์

มี3ประเภทหลักๆดังนี้

-Inkjet Printer

-Laser  Printer

-Dot matrix printer

 

1. Inkjet Printer

   เครื่องพิมพ์ระบบพ่นหมึก หรือ เครื่องพิมพ์อิงก์เจ็ต (Inkjet Printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ทำงานโดยการพ่นหมึกออกมาเป็นหยดเล็กๆ ลงบนกระดาษ เมื่อต้องการพิมพ์รูปทรงหรือรูปภาพใดๆ เครื่องพิมพ์จะทำการพ่นหมึกออกตามแต่ละจุดในตำแหน่งที่เครื่องประมวลผลไว้อย่างแม่นยำ ตามความต้องการของเรา ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะมีคุณภาพดีกว่าเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ โดยรูปที่มีความซับซ้อนมาก ๆ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ชัดเจนและคมชัดกว่าแบบดอตแมทริกซ์



คือ  เครื่องพิมพ์ที่ใช้วิธีพ่นน้ำหมึกลงไปบนวัตถุงาน โดยหมึกจะถูกฉีดออกจากรูขนาดเล็กบนหัวพิมพ์  ซึ่งหมึกที่ใช้จะเป็นแม่สี 3 สี คือ แดง เหลือง และน้ำเงินบางเครื่องจะใช้ 2 กล่อง คือ  น้ำหมึกสีดำกับตัวแม่สี สามารถพิมพ์ได้เร็ว คือ ประมาณ 9 ppm

    คุณลักษณะเด่นของเครื่องพิมพ์แบบนี้คือ
     สามารถพิมพ์ภาพสีได้ โดยมีตลับหมึกสีแยกอิสระ สามารถถอดเปลี่ยนใหม่ได้
     คุณภาพการพิมพ์คมชัดกว่าแบบใช้หัวเข็ม  ให้ความละเอียดสูง เหมาะสมสำหรับงานด้านกราฟิค และงานด้านการนำเสนอ
    สามารถพิมพ์บนผิววัสดุอื่นๆ นอกจากบนกระดาษได้  เช่น แผ่นใส  สติ๊กเกอร์


   หลักการทำงาน

   เมื่อเราทำการสั่งพิมพ์ด้วยการกดคลิกที่ปุ่ม OK ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์จะเกิดกระบวนการทำงานเป็นลำดับต่อเนื่องดังนี้

ซอฟต์แวร์ที่ใช้จะส่งข้อมูลให้เป็นรูปแบบที่เครื่องพิมพ์สามารถเข้าใจได้
   ไดรฟ์เวอร์จะส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องพิมพ์  ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อ
   เครื่องพิมพ์จะรับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และทำการเก็บข้อมูลนั้นไว้ในบัฟเฟอร์ซึ่งอยู่ในหน่วยความจำ RAM ขนาดตั้งแต่ 512 KB จนถึง 16 KB ขึ้นอยู่กับรุ่น
   หากเครื่องพิมพ์ไม่ตอบสนองการทำงานในช่วงระยะเวลาหนึ่งอาจเป็นเพราะเครื่องกำลังเข้าสุ่วงรอบของการทำความสะอาดหัวพิมพ์แบบสั้นๆ
   เมื่อกระดาษผ่านเข้าไปในเครื่องคอมพิมพ์ จะเริ่มพิมพ์จากตำแหน่งเริ่มต้นของหน้าแรกสเต็ปเปอร์มอเตอร์หัวพิมพ์จะบังคับสายพานให้เลื่อนชุดหิวพิมพ์ไปมาอย่างเป็นจังหวะ


   การพิมพ์ของอิงก์เจ็ต  จะพิมพ์ทีละจุด  ทีละแถบเรียงต่อเนื่องติดกันไปบนกระดาษ  ซึ่งหัวพิมพ์จะฉีดหมึกในโหมดสี CMYK ได้อย่างแม่นยำ
   เมื่อสิ้นสุดการพ่นหมึกในหนึ่งแถวกระดาษ  เครื่องก็จะเลื่อนกระดาษขึ้นพิมพ์แถวต่อมา
   กระบวนการนี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งพิมพ์เสร็จหมดทั้งหน้า
   เมื่อการพิมพ์เสร็จสมบูรณ์  หัวพิมพ์จะหยุด  สเต็ปเปอร์มอเตอร์ที่ดึงกระดาษจะหมุนลุกกลิ้งผลักกระดาษที่พิมพ์เสร็จแล้วออกไปด้านหน้าเครื่องพิมพ์

 


2.Laser Printer 

 

  เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์จะเป็นเครื่องพิมพ์ที่มีกลไกการทำงานซับซ้อนที่สุด  เครื่องพิมพ์นี้อาศัยเทคโนโลยีไฟฟ้าสถิตย์ที่พบในเครื่องถ่านเอกสารทั่วไปโดยลำแสงไดโอดเลเซอร์จะฉายไปยังกระจกหมุน  เพื่อสะท้อนไปยังลุกกลิ้งไวแสง  ซึ่งจะปรับตามสัญญาณภาพหรือตัวอักษรที่ได้รับจากคอมพิวเตอร์  และกราดตามแนวยาวของลูกกลิ้งอย่างรวดเร็ว  สารเคลือบบนลุกกลิ้งจะทำปฏิริยากับแสงแล้วเปลี่ยนเป็นประจุไฟฟ้าสถิตย์  ซึ่งทำให้ผงหมึกเกาะติดกับพื้นที่ที่มีประจุ  เมื่อกระดาษพิมพ์หมุนผ่านลูกกลิ้ง  ความร้อนจะทำให้ผงหมึกหลอมละลายติดกับกระดาษ


   หลักการทำงาน

   หลักการทำงานเครื่องพิมพ์ Laser

1. หลักทางฟิสิกส์ของแสงเมื่อแสงตกกระทบวัตถุ โฟตอนของแสงจะทำให้วัตถุบางชนิดเกิดไฟฟ้าสถิตที่เปลี่ยนแปลงหลักการนี้นำมาใช้ในการทำเลเซอร์พรินเตอร์โดยใช้แสงเลเซอร์ที่มีความเข้มแสงและรายละเอียดสูงเป็นตัวฉายแสงลงบน Photorecepter? drum แสดงรูปภาพที่ต้องการ

 2. หลักการทางไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้าที่มีประจุไฟฟ้าสถิต ขั้วต่างกันจะดูดเข้าหากันขั้วเหมือนกันจะพลักกัน ในเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ จะทำให้ผิวของฟิมล์ที่เคลือบบน photoreceptor drum? เป็นประจุไฟฟ้าบวกด้วยขั้วไฟฟ้า Corona Wire เมื่อ drum หมุนมาแสงเลเซอร์ที่มีข้อมูลจะวาดรูปที่ต้องการลงบน drum จะปรากฎภาพไฟฟ้าสถิตประจุลบบนพื้นทีเป็นประจุบวก(คล้ายกับเราเขียนกาวลงบนกระป๋องแล้วไปกลิ้งบนทรายทรายจะติดบนกระป๋องตามเส้นที่เราทากาวไว้) จากนั้นกลิ้งผงหมึก Toner ที่เป็นประจุบวกลงบน drum ผงหมึกจะติดลงบนส่วนที่เป็นประจุลบ

3. พิมพ์ลงบนกระดาษใช้หลักไฟฟ้าสถิตเช่นเดียวกันโดยลูกกลิ้งที่ทำให้กระดาษเป็นประจุลบ ผงหมึกประจุบวกบน drum จะพิมพ์ติดบนกระดาษ จากนั้นจะผ่านความร้อนทำให้หมึกละลาย Fuser ให้หมึกที่มีส่วนผสมของอนูของสีและพลาสติกละลายเกาะติดกระดาษอย่างแน่นหนาและไม่หลุดลอก(เราจะรู้สึกว่ากระดาษอุ่นเมื่อพิมพ์ออกมาเสร็จใหม่ๆ)

 

3.Dot matrix printer 

 

 

  หลักการพิมพ์

     จะใช้เข็มกระแทกผ้าหมึกเพื่อเกิดจุดที่กระดาษ และรวมกันเป็นตัวอักษร หรือภาพ ขณะการใช้งานการเกิดเสียงค่อนข้างดัง เนื่องจากการใช้เข็มกระแทก ปัจจุบันนี้มีผ้าหมึกที่เป็นสีแล้ว แต่คถณภาพไม่ค่อยดีนัก

     คุณลักษณะเด่นของเครื่องพิมพ์


      สามารถพิมพ์ลงบนกระดาษที่มีหลายสำเนาหลายชุดได  ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์หลายครั้ง ซึ่งเครื่องพิมพ์แบบอื่นไม่สามารถทำได้

      มีความทนทานในการใช้งานสูง

      สามารถพิมพ์กับกระดาษต่อเนื่องได้

 

       

โครงสร้างการทำงาน


       ส่วนประกอบหลัก

      หน่วยประมวลผลกลาง

      หน่วยความจำ

      ภาค input/output

      ส่วนกลไก

 ขั้นตอนการทำงานเครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot Matrix Printer)

 อุปกรณ์และขั้นตอนการทำงานของเครื่่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์ (Dot Matrix Printer)

 

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

เทคโนโลยีพาวเวอร์ซัพพลาย

ใบงานที่ 3

วิเคราะห์คุณสมบัติพาวเวอร์ซัพพลาย


    พาวเวอร์ทำหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ตามบ้านจาก 220 โวลต์ให้เหลือเพียงแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 3 ชุดคือ 3.3 และ 5 โวลต์ เพื่อจ่ายไฟให้กับวงจรชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ และ 12 โวลต์ เพื่อจ่ายไฟให้กับมอเตอร์ของอุปกรณ์ดิสก์ไดรว์ต่างๆรวมถึงพัดลมระบายอากาศด้วย ปัจจุบันเพาเวอร์ซัพพลายที่จะนำมาใช้ควรมีกำลังไฟตั้งแต่ 400 วัตต์ขึ้นไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆทั้งหมดที่อยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง สำหรับแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ตามบ้าน (ประเทศไทย) โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 200-250 VAC พร้อมกระแสไฟประมาณ 3.0-6.0 A และความถี่ที่ 50Hz ดังนั้นเพื่อให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้ เพาเวอซัพพลายจะต้องแปลงแรงดันไฟ AC ให้เป็น DC แรงดันต่ำในระดับต่างๆ รวมถึงปริมาณความต้องการของกระแสไฟฟ้าที่จะต้องจ่ายให้กับชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆด้วย โดยระดับของแรงดันไฟ (DC Output) ที่ถูกจ่ายออกมาจากเพาเวอร์ซัพพลายแต่ละรุ่น/ยี่ห้อจะใกล้เคียงกัน แต่ปริมารสูงสุดของกระแสไฟ (Max Current Output) ที่ถูกจ่ายออกมานั้นอาจไม่เท่ากัน (แล้วแต่รุ่น/ยี่ห้อ) ซึ้งมีผลต่อการนำไปคำนวลค่าไฟโดยรวม (Total Power) ที่เพาเวอร์ซัพพลายตัวนั้น จะสามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆได้ด้วย 

ประเภทของพาวเวอร์ซัพพลาย
AT เป็นแหล่งจ่ายไฟที่นิยมใช้กันในประมาณ พ.ศ. 2539 โดยปุ่มเปิด - ปิด การทำงานเป็นการต่อตรงกับแหล่งจ่ายไฟ
ATX เป็นแหล่งจ่ายไฟที่นิยมใช้ในปัจจุบัน โดยมีการพัฒนาจาก AT โดยเปลี่ยนปุ่มปิด - เปิด ต่อตรงกับส่วนเมนบอร์ดก่อน เพื่อให้ยังคงมีกระแสไฟหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ก่อนที่จะปิดเครื่อง ทำให้ลดอัตราเสียของอุปกรณ์ลง



  • สัญญาณต่างๆของเพาเวอร์ซับพลาย
         "Power Good"คือ สัญญาณบอกว่ามีไฟเลี้ยง โดยทันทีที่เราจ่ายไฟให้กับเพาเวอร์ซัพพลาย เช่นด้วยการเปิดสวิทซ์เครื่อง เมนบอร์ดจะยังไม่เริ่มทำงานจนกว่าเพาเวอร์ซัพพลายส่งสัญญาณ Power Good นี้ออกมา ก็คือรอจนกว่าเพาเวอร์ซัพพลายจะตรวจสอบเสร็จว่าไฟเลี้ยงต่าง ๆ ที่จ่ายออกมาอยู่ในระดับที่ต้องการและคงที่แล้ว ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาประมาณครึ่งวินาที เวลาเพียงเท่านี้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันสามารถทำงานได้นับล้านคำสั่ง จึงต้องใช้สัญญาณนี้หยุดไว้ยังไม่ให้เริ่มทำงานจนกว่าแรงดันไฟฟ้าจะสมบูรณ์นั่นเอง บางครั้งจะเรียกสัญญาณนี้ว่า Power OK หรือOK
          สัญญาณ Power Good นี้มีมาตั้งแต่เพาเวอร์ซัพพลายตัวแรกของเครื่องพีซี มีลักษณะเป็นแรงดันไฟ +5 โวลต์ ซึ่งเพาเวอร์ซัพพลายราคาถูก ๆ บางตัวอาจจะไม่มีวงจรอะไรพิเศษ
          "Soft Power"เครื่องพีซีสมัยก่อนและที่ปัจจุบันเรียกว่า แบบ AT จะมีสวิทซ์เปิดปิดวงจรไฟฟ้าที่จ่ายเข้าไปให้กับเพาเวอร์ซัพพลายโดยตรงเหมือนสวิทซ์ปิดเปิดไฟตามบ้านทั่วไป แต่ในยุคของเครื่องแบบ ATX ซึ่งรวมไปถึง NLX , SFX และ WTX ได้เปลี่ยนวิธีการปิดเปิดเครื่องไปเป็นการใช้สัญญาณบอกให้เพาเวอร์ซัพพลายเปิดหรือปิดเครื่อง           
         "Power on"สัญญาณที่ใช้เปิดปิดเครื่องนี้เรียกว่า Power on หรือ PS on ซึ่งจะเป็นไปได้ก็คือจะต้องมีไฟเลี้ยงเครื่องอยู่เล็กน้อยตลอดเวลา เหมือนกับที่คุณเห็นทีวีมีไฟเรืองแสงอยู่ ไฟเลี้ยงนี้เรียกว่า +5V Stand by หรือ +5V SB ซึ่งเป็นไฟ +5 โวลต์ที่จ่ายออกมาจากเพาเวอร์ซัพพลายอยู่ตลอดเวลาแม้ว่าจะสั่งปิดไปแล้วก็ตาม 
          นอกเหนือไปจากที่กล่าวมาแล้ว เพาเวอร์ซัพพลายบางตัวยังอาจจะมีสัญญาณอื่น ๆ ซึ่งได้กำหนดไว้ในมาตรฐานแล้ว่าไม่จำเป็น คือ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ เช่น +3.3V SB (Stand by)ในเพาเวอร์ซัพพลายแบบ ATX , สัญญาณ Fan ON/OFF ในเพาเวอร์ซัพพลายแบบ SFX และสัญญาณอื่น ๆ ในเพาเวอร์ซัพพลายแบบ ATX และ NLX ดังนี้
          "+3.3V Sense" เป็นตัวบอกกับเมนบอร์ดว่าไฟเลี้ยง +3 นั้นอยู่ในสถานะที่ดีหรือไม่เพื่อแสดงสถานะของไฟเลี้ยง +3.3V ซึ่งถือได้ว่าสำคัญมากเนื่องจากใช้เลี้ยงซีพียูและ RAM นั่นเอง โดยไฟ +3.3V อาจจะตกโดยที่ไฟอื่น ๆยังดีอยู่ก็เป็นได้
          "Fan C" เป็นสัญญาณควบคุมพัดลม เพื่อให้ความเร็วพัดลมของเพาเวอร์ซัพพลายเปลี่ยนแปลงหรือหยุดไปได้ เช่น เมื่อเครื่องเข้าสู่ Stand by mode ก็สั่งหยุดพัดลมของเพาเวอร์ซัพพลายด้วยการส่งสัญญาณที่ต่ำกว่า 1 โวลต์ไป
          "Fan M" ใช้คู่กับ Fan C เป็นสัญญาณ monitor เพื่อตรวจสอบว่าขณะนี้พัดลมของเพาเวอร์ซัพพลายหมุนด้วยความเร็วเป็นอย่างไร เพื่อจะเตือนหรือหยุดการทำงานของซีพียูถ้าพัดลมทำงานผิดปกติ เพื่อป้องกันความเสียหายเมื่อระบบระบายความร้อนมีปัญหา
สัญญาณของเมนบอร์ด ATX
      นอกจากนี้ในเพาเวอร์ซัพพลายแบบของเมนบอร์ด ATX ยังเพิ่มสัญญาณต่อไปนี้อีกด้วย
          "Sleep" สั่งให้เพาเวอร์ซัพพลายเข้าสู่ Sleep mode
          "+3.3V" AUX เป็นไฟ + 3.3V Stand by เหมือนกับของ +5V
          "+5V Sense" ใช้บอกสถานะของไฟ +5V เหมือนกับของ +3.3V

การเลือกซื้อ Power Supply 

  • เลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
    ผู้ผลิตที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่ จะใช้วัสดุคุณภาพดีและมีความประณีต ส่งผลต่อความปลอดภัยและความทนทานในการใช้งานที่นานขึ้น ผู้ใช้อาจเลือกตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์หรือร้านค้าที่จำหน่าย นอกจากนี้อาจเข้าไปสอบถามหรือหาข้อมูลจากผู้ใช้เว็บไซต์ทดสอบ เว็บบอร์ดต่างๆอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ
  • เลือกกำลังไฟที่เพียงพอต่อคอมพิวเตอร์ 
    ดูจากฉลากด้านข้างตัวอุปกรณ์ซึ่ง PSU รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะระบุมาอย่างชัดเจน ด้วยกำลังไฟที่จ่ายได้ต่ำสุด-สูงสุด รวมถึงไฟเลี้ยงและค่าต้านทานที่เหมาะสมโดยที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 350-500 วัตต์ แต่ถ้าเป็นกลุ่มเกมเมอร์ก็จะสูงขึ้นไปอีกด้วยคือ 500-750 วัตต์ ยิ่งถ้าเป็นเกมการ์ดแบบคู่ไม่ว่าจะเป็น SLI หรือ CrossFire ซึ่งการ์ดแต่ละตัวต้องใช้ไฟเลี้ยงเพิ่มเติมด้วยแล้ว อาจต้องก้าวไปถึง 700 วัตต์  มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ต่อพ่วงภายในด้วยเช่นกัน หากสงสัยวาคอมพิวเตอร์ของตนที่ใช้อยู่หรือกำลังจะซื้อ ต้องใช้PSUขนาดไหน สามารถเข้าไปคำนวณการใช้พลังงานของเครื่องเพื่อใช้ในการเลือกซื้อเพาเวอร์ซัพพลายได้ง่ายๆโดยมีเว็บไซต์หลายที่ให้บริการคำนวณ = http://www.extreme.outervision.com/psucalculatorlite.jsp การใช้งานเพียงกรอกรายละเอียดอุปกรณ์ที่ใช้ลงไปก็จะคำนวณการใช้งานออกมาให้ทันที
  • คอนเน็กเตอร์สำหรับต่ออุปกรณ์ภายใน 
   ในเรื่องของคอนเน็กเตอร์ก็สำคัญเช่นกัน ควรเลือก PSU ที่มีหัวจ่ายไฟให้เพียงพอกับการใช้งานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นคอนเน็กเตอร์ 20-pins หรือ 24-pinsสำหรับเพาเวอร์ หรืออย่างน้อยควรมีหัวแปลงมาให้ Molex 4-pins(12V) ที่ใช้เพิ่มในกรณีของเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆรวมถึงถ้ามี 6-pins สำหรับกราฟิกการ์ดที่ต้องใช้พลังงานเพิ่มก็ตาม นอกจากนี้ยังมีสายเพาเวอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์ในแบบ SATA มาด้วยเช่นกัน ดูง่ายๆก็คือ ควรจะต้องมีในส่วนที่เป็น Form Factor มาครบถ้วน

  • การตรวจเช็คอาการเสียของเพาเวอร์ซัพพลาย
          Power Supply ที่อยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน จะเป็นสาเหตุให้อุปกรณ์อื่นๆในคอมพิวเตอร์เสียหายได้ โดยเฉพาะ Harddisk ดังนั้นการหมั่นตรวจสอบสภาพของ Power Supply อยู่เสมอ ถ้าพบว่าเสียหายควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนตัวใหม่ ก่อนที่จะสายเกินไป
Power Supply มี 2 แบบ
     แบบที่ 1. แบบ Linear มีหม้อแปลงใหญ่ขนาดใหญ่ ตัดวงจรโดย Fuse
     แบบที่ 2. แบบ Switching มี Transistor ทำหน้าที่ตัดวงจร
       2.1 แบบ XT มีขนาดใหญ่ มีหัวเดียว 12 เส้น มี Switch ปิด-เปิดอยู่ด้านหลัง Power Supply
       2.2 แบบ AT เล็กกว่า XT มีหัวเสียบ 2 หัว คือ P8 , P9 มีสวิทช์ปิด-เปิดโยงจาก Power Supply มายังหน้า Case
       2.3 แบบ ATX มีหัวเสียบเดียว 20 เส้น ไม่มี Switch ปิด-เปิด เมื่อสั่ง Shut Down จาก Program เครื่องจะปิดเองโดยอัติโนมัติ
          * ถ้าต้องการตรวจสอบการใช้งานในขณะที่ไม่ได้ต่อกับ Mainboard ให้ Jump สายสีเทา (หรือสีเขียว) กับสีดำ พัดลมของ Power Supply จะหมุน แสดงว่าใช้งานได้
การใช้มิเตอร์วัดไฟ Power Supply


ดำ + ดำ = 0 V
ดำ + แดง = 5 V
ดำ + ขาว = -5 V
ดำ + น้ำเงิน = -12 V
ดำ + ส้ม = 5 V
ดำ + เหลือง = 3.3 V
ดำ + น้ำตาล = 12 V
* เข็มมิเตอร์ตีกลับ ให้กลับสาย ใช้ค่า ติด -
*AC=220 V (L กับ N)
L1 380 Vac
L2 380 Vac
L3 380 Vac
N Nutron , G ไม่มีไฟ
*230W (23A) - 300W (30A)
โดย W=V*I

 

เทคโนโลยีเมนบอร์ด

ใบงานที่ 2

เทคโนโลยีเมนบอร์ด

MAINBOARD (เมนบอร์ด) 1151 ASROCK Z270 GAMING K4 (KABY LAKE)






Brand (ยี่ห้อ) : ASROCK 
Model (รุ่น)  : Z270 GAMING K4
Chipset : Intel Z270

CPU support 

- Supports 7th and 6th Generation Intel Core i7/i5/i3/Pentium/Celeron Processors (Socket 1151)(รองรับเจน 7 และเจน 6 สำหรับ Intel® Core™ i7/i5/i3)
- Digi Power design
- 8 Power Phase design(การออกแบบเฟสพาวเวอร์ 8)
- Supports Intel Turbo Boost 2.0 Technology
(รองรับเทคโนโลยีIntel® Turbo Boost 2.0)
- Supports Intel K-Series unlocked CPUs
(รองรับซีพียูปลดล็อคIntel® K-Series)
- Supports ASRock BCLK Full-range Overclocking

Memory Type 

- จำนวน Slot แรม 4 x DDR4 DIMM Slots
- Max. capacity of system memory  64 GB 
(ความจุแรมสูงสุด) 64 GB
- ชนิดของแรม Supports
DDR4 3733+(OC)*/3600(OC)/3200(OC)/2933(OC)/2800(OC)/2400**/2133 non-ECC, un-buffered memory
- Supports ECC UDIMM memory modules (operate in non-ECC mode)

Integrated Graphics 

- Supports Intel(R) HD Graphics Built-in Visuals
(รองรับ Visuals ในตัวกราฟิก Intel (R) HD Graphics Built-in Visuals)
- Gen9 LP, DX11.3, DX12
- HWAEncode/Decode: VP8, HEVC 8b, VP9, HEVC 10b (For 7th Gen Intel(R) CPU)
- HWA Encode/Decode: VP8, HEVC 8b; GPU/SWEncode/Decode: VP9, HEVC 10b (For 6th Gen Intel(R) CPU)
- Max. shared memory 1024MB 

(หน่วยความจำที่ใช้ในกราฟิกสูงสุด) 1024MB

Audio 

- 7.1 CH HD Audio with Content Protection (Realtek ALC1220 Audio Codec)
(ระบบเสียง 7.1 แชลแนล พร้อมการป้องกันลำโพง) 
- Premium Blu-ray Audio support
(รองรับเสียงบูลเลย์คุณภาพระดับพรีเมี่ยม) 
- Supports Surge Protection (ASRock Full Spike Protection)
- Nichicon Fine Gold Series Audio Caps
- 120dB SNR DAC with Differential Amplifier
- TI(R) NE5532 Premium Headset Amplifier for Front Pan 

Connector 

- 1 x COM Port Header
- 1 x TPM Header
- 1 x Chassis Intrusion Header
- 1 x Power LED and Speaker Header
- 1 x AURA RGB LED Header*
- 1 x CPU Fan Connector (4-pin)**
- 2 x Chassis Fan Connectors (4-pin) (Smart Fan Speed Control)
- 1 x Chassis Optional/Water Pump Fan Connector (4-pin) (Smart Fan Speed Control)***
- 1 x 24 pin ATX Power Connector (Hi-Density Power Connector)
- 1 x 8 pin 12V Power Connector (Hi-Density Power Connector)
- 1 x Front Panel Audio Connector (15μ Gold Audio Connector)
- 1 x Thunderbolt™ AIC Connector (5-pin)
- 1 x Thunderbolt™ AIC Connector (10-pin)****
- 3 x USB 2.0 Headers (Support 5 USB 2.0 ports) (Supports ESD Protection (ASRock Full Spike Protection))
- 2 x USB 3.0 Headers (Support 4 USB 3.0 ports) (Supports ESD Protection (ASRock Full Spike Protection))

 - ส่วนหัวของพอร์ต COM 1
 
- ส่วนหัว TPM 1 เส้น
 
- ไฟ LED เพาเวอร์และลำโพงขนาด x 1
 
- หัวต่อ AURA RGB LED x 1
 
- ขั้วต่อพัดลม CPU x 1 (4 พิน)
 
- ตัวเชื่อมต่อพัดลมตัวต่อ / ปั้มน้ำขนาด 1 x CPU (4 ขา) ***
 
- ช่องเสียบพัดลม Chassis Fan (4 ขา) x 2 ตัว (การควบคุมความเร็วพัดลมอัจฉริยะ)
 
- ตัวเชื่อมต่อพัดลมตัวต่อ / ถังน้ำขนาด 1 x 4 ขา (4 ขา) ****
 
- 1 ขั้วต่อพลังไฟ ATX 24 พิน (ตัวเชื่อมต่อพลังงานความหนาแน่นสูง)
 
- ขั้วต่อพลังไฟ 12V 8 พิน 8 พิน (ขั้วต่อความจุ Hi-Density)
 
- ขั้วต่อเสียงด้านหน้า 1 ช่อง (ขั้วต่อเสียง Gold 15μ)
 
- สายเชื่อมต่อ Thunderbolt ™ AIC 1 เส้น (แบบ 5 ขา)
 
- สายเชื่อม Thunderbolt ™ AIC ขนาด 1 x 10 นิ้ว 

 - 3 x USB 2.0 Headers (รองรับ 6 พอร์ต USB 2.0) (Intel® Z270) (รองรับ ESD Protection
 - 1 x USB 3.0 Header (รองรับ 2 พอร์ต USB 3.0) (Intel® Z270) (รองรับ ESD Protection
 - 1 x USB 3.0  (รองรับพอร์ต USB 3.0 2 พอร์ต) (ASMedia ASM1074 ฮับ) 

Rear Panel I/O

- 2 x Antenna Ports
- 1 x PS/2 Mouse/Keyboard Port
- 1 x D-Sub Port
- 1 x DVI-D Port
- 1 x HDMI Port
- 1 x Optical SPDIF Out Port
- 1 x USB 2.0 Port (Supports ESD Protection (ASRock Full Spike Protection))
- 1 x Fatal1ty Mouse Port (USB 2.0) (Supports ESD Protection (ASRock Full Spike Protection))
- 3 x USB 3.0 Type-A Ports (Supports ESD Protection (ASRock Full Spike Protection))
- 1 x USB 3.0 Type-C Port (Supports ESD Protection (ASRock Full Spike Protection))
- 1 x RJ-45 LAN Port with LED (ACT/LINK LED and SPEED LED)
- HD Audio Jacks: Rear Speaker / Central / Bass / Line in / Front Speaker / Microphone (Gold Audio Jacks) 

- สายเสาอากาศ 2 เสา
- พอร์ตเมาส์ / คีย์บอร์ด 1 พอร์ต PS / 2
- พอร์ต D-Sub 1
พอร์ต
- พอร์ต DVI-D 1 พอร์ต 

- พอร์ต HDMI 1 พอร์ต
- 1 พอร์ตออฟติคอล SPDIF
- USB แบบ 1 พอร์ต USB 3.0 พอร์ต Type-A
- 1 x USB 3.0 พอร์ต Type-C
- พอร์ต USB 2.0 1 พอร์ต
- พอร์ต RJ-45 LAN 1 ช่วง พร้อม LED (LED ACT / LINK และ SPEED LED)
- แจ็คระบบเสียง HD: ลำโพงด้านหลัง / กลาง / เบส / สายเข้า / ลำโพงด้านหน้า / ไมโครโฟน

 


    
    







Intel® Core™ i7-7700 Processor

  ใบงานที่ 1

Intel® Core™ i7-7700 Processor

โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-7700

https://image.ceneo.pl/data/article_picture/c6/95/9727-4bbd-4769-8d57-d1971c97add6_large.jpg

 

ข้อมูลจำเพาะ

  • คอลเลกชั่นผลิตภัณฑ์ โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7 เจนเนอเรชั่น 7
  • ชื่อรหัส Kaby Lake เดิมของผลิตภัณฑ์
  • เซ็กเมนต์แนวตั้ง Desktop
  • หมายเลขโปรเซสเซอร์ i7-7700
  • สถานะ Launched
  • วันที่วางจำหน่าย Q1'17
  • การทำลวดลายวงจร 14 nm
  • ราคาที่แนะนำสำหรับลูกค้า $303.00 - $312.00 

ประสิทธิภาพ

  • # คอร์ 4
  • # เธรด 8
  • ความถี่พื้นฐานของโปรเซสเซอร์ 3.60 GHz
  • ความถี่เทอร์โบสูงสุด 4.20 GHz
  • แคช 8 MB SmartCache
  • ความเร็ว Bus 8 GT/s DMI3
  • # ลิงก์ QPI 0
  • TDP 65 W 

ข้อมูลจำเพาะหน่วยความจำ

  • ขนาดหน่วยความจำสูงสุด (ขึ้นอยู่กับประเภทของหน่วยความจำ) 64 GB
  • ประเภทของหน่วยความจำ DDR4-2133/2400, DDR3L-1333/1600 @ 1.35V
  • # แชนเนลหน่วยความจำสูงสุด 2
  • รองรับหน่วยความจำ ECC ไม่ใช่ 

ข้อมูลจำเพาะระบบกราฟิก

  • กราฟิกโปรเซสเซอร์ Intel® HD Graphics 630
  • ความถี่พื้นฐานสำหรับกราฟิก 350 MHz
  • ความถี่แบบไดนามิกสูงสุดสำหรับกราฟิก 1.15 GHz
  • หน่วยความจำสูงสุดของวิดีโอกราฟิก 64 GB
  • การสนับสนุน 4K Yes, at 60Hz
  • ความละเอียดสูงสุด (HDMI 1.4)‡ 4096x2304@24Hz
  • ความละเอียดสูงสุด (DP)‡ 4096x2304@60Hz
  • ความละเอียดสูงสุด (eDP - Integrated Flat Panel)‡ 4096x2304@60Hz
  • การสนับสนุน DirectX* 12
  • การสนับสนุน OpenGL* 4.4
  • Intel® Quick Sync Video ใช่
  • เทคโนโลยี Intel® InTru™ 3D ใช่
  • Intel® Clear Video HD Technology ใช่
  • Intel® Clear Video Technology ใช่
  • # ของจอแสดงผลที่รองรับ 3
  • ID อุปกรณ์ 0x5912 

ข้อมูลจำเพาะของแพ็คเกจ

  • รองรับซ็อกเก็ต FCLGA1151
  • การปรับตั้งค่า CPU สูงสุด 1
  • ข้อมูลจำเพาะของชุดระบายความร้อน PCG 2015C (65W)
  • TJUNCTION อุณหภูมิสูงสุดที่ยอมรับได้ที่ไดย์ของโปรเซสเซอร์ 100°C
  • ขนาดแพ็คเกจ 37.5mm x 37.5mm
  • มีตัวเลือกชนิดฮาโลเจนต่ำให้เลือกใช้ ดู MDDS

เทคโนโลยีขั้นสูง

  • สนับสนุนหน่วยความจำ Intel® Optane™ ใช่
  • เทคโนโลยี Intel® Turbo Boost 2.0
  • เทคโนโลยี Intel® vPro™ ใช่
  • Intel® Hyper-Threading Technology ใช่
  • เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชัน Intel® (VT-x) ใช่
  • เทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชัน Intel® สำหรับ Directed I/O (VT-d) ใช่
  • Intel® VT-x ที่มี Extended Page Tables (EPT) ใช่
  • Intel® TSX-NI ใช่
  • Intel® 64 ใช่
  • ชุดคำสั่ง 64-bit
  • ส่วนขยายชุดคำสั่ง SSE4.1/4.2, AVX 2.0
  • สถานะไม่ได้ใช้งาน ใช่
  • Enhanced Intel SpeedStep® Technology ใช่
  • เทคโนโลยีการติดตามความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ใช่
  • เทคโนโลยีการป้องกันข้อมูลส่วนตัวจาก Intel® ใช่
  • Intel® Stable Image Platform Program (SIPP) ใช่

Intel® Data Protection Technology

  • คำสั่งใหม่ของ Intel® AES ใช่
  • Secure Key ใช่
  • Intel® Software Guard Extensions (Intel®SGX) ใช่
  • Intel® Memory Protection Extensions (Intel® MPX) ใช่

Intel® Platform Protection Technology

  • OS Guard ใช่
  • Trusted Execution Technology ใช่
  • Execute Disable Bit ใช่
  • Intel® Device Protection Technology พร้อมด้วย Boot Guard ใช่